ประโยชน์ของการฝึกสมาธิ

13 มิ.ย.52 14:17 น. ผู้ชมจำนวน 6806

ประโยชน์ของการฝึกสมาธิ

          โดยสรุป  พอจะประมวลประโยชน์ของสมาธิได้ดังนี้

            .  ประโยชน์ที่เป็นจุดหมายหรืออุดมคติทางศาสนา  ประโยชน์ที่เป็นความมุ่งหมายแท้จริงของสมาธิตามหลักพระพุทธศาสนา  คือ เป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งแห่งการปฏิบัติเพื่อบรรลุจุดหมายสูงสุด  อันได้แก่  ความหลุดพ้นจากกิเลสและทุกข์ทั้งปวง

            .  ประโยชน์ในด้านการสร้างความสามารถพิเศษเหนือสามัญวิสัย  ที่เป็นผลสำเร็จอย่างสูงในทางจิตหรือเรียกสั้น ๆ ว่าประโยชน์ในด้านอภิญญา ข้อ ก. และข้อ ข. จะไม่ขอกล่าวถึงจะกล่าวถึงแต่ที่ให้ผลในชีวิตประจำวัน

            .  ประโยชน์ในด้านสุขภาพจิตและการพัฒนาบุคลิกภาพ  เช่น  ทำให้เป็นผู้ที่มีจิตใจและมีบุคลิกลักษณะเข้มแข็ง หนักแน่ มั่นคง สงบเยือกเย็น สุภาพ นิ่มนวล สดชื่น  ผ่องใส  กระฉับกระเฉง  กระปรี้กระเปร่า  เบิกบาน  งามสง่า  มีเมตตากรุณา  มองดูรู้จักตนเองและผู้อื่นตามความเป็นจริง  เตรียมจิตให้อยู่ในสภาพพร้อมและง่ายแก่การปลูกฝังคุณธรรมต่าง ๆ และเสริมสร้างนิสัยที่ดี  รู้จักทำใจให้สงบและสะกดยั้งผ่อนเบาความทุกข์ที่เกิดขึ้นในใจได้

            .  ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน  เช่น 

            1.  ใช้ช่วยทำให้จิตใจผ่อนคลาย  หายเครียด  เกิดความสงบ  หายกระวนกระวาย ยั้งหยุดจากความกลัดกลุ้มวิตกกังวล  เป็นเครื่องพักผ่อนกาย  ให้ใจสบายและมีความสุข  เช่น  บางท่านทำอานาปานสติ (กำหนดลมหายใจเข้าออก)  ในเวลาที่จำเป็นต้องรอคอยและไม่มีอะไรที่จะทำ  เหมือนดังเวลานั่งติดในรถประจำทางหรือปฏิบัติสลับแทรกในเวลาทำงานใช้สมองหนัก  เป็นต้น

            2.  เป็นเครื่องเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน  การเล่าเรียนและการทำกิจทุกอย่าง เพราะจิตที่เป็นสมาธิ  แน่วแน่อยู่กับสิ่งที่กำลังกระทำ  ไม่ฟุ้งซ่าน  ไม่วอกแวก  ไม่เลื่อนลอยเสีย  ย่อมช่วยให้เรียน  ให้คิด  ให้ทำงานได้ผลดี  การงานก็เป็นไปโดยรอบคอบไม่ผิดพลาด  และป้องกันอุบัติเหตุได้ดี  เพราะเมื่อมีสมาธิ  ก็ย่อมมีสติกำกับอยู่ด้วย

            3.   ช่วยเสริมสุขภาพกายและใช้แก้ไขโรคได้  ร่างกายกับจิตใจอาศัยกันและมีอิทธิพลต่อกัน  ปุถุชนทั่วไปเมื่อกายไม่สบาย  จิตใจก็พลอยอ่อนแอเศร้าหมองขุ่นมัว  ครั้นเสียใจไม่มีกำลังใจ  ก็ยิ่งซ้ำให้โรคทางกายนั้นทรุดหนักลงไปอีก  แม้ในเวลาที่ร่างกายเป็นปกติพอประสบเรื่องราวให้เศร้าเสียใจรุนแรง  ก็ล้มป่วยเจ็บไข้ไปได้  ส่วนผู้ที่มีจิตใจเข้มแข็งสมบูรณ์  (โดยเฉพาะท่านที่มีจิตหลุดพ้นเป็นอิสระแล้ว)  เมื่อเจ็บป่วยกายก็ไม่สบายอยู่แค่กายเท่านั้น  จิตใจไม่พลอยป่วยไปด้วย

            ถ้าสรุปตามพระบาลี  การฝึกอบรมเจริญสมาธิมีวัตถุประสงค์ที่จะนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ดังนี้

            “ภิกษุทั้งหลาย  สมาธิภาวนา  (การเจริญสมาธิ)  มี 4 อย่าง  ดังนี้คือ

            1.  สมาธิภาวนาที่เจริญแล้ว  ทำให้มากแล้ว  ย่อมเป็นไปเพื่อทิฏฐธรรสุขวิหาร (การอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน)

2. สมาธิภาวนาที่เจริญแล้ว  ทำให้มากแล้ว  ย่อมเป็นไปเพื่อการได้ญาณทัสสนะ

1.      สมาธิภาวนาที่เจริญแล้ว  ทำให้มากแล้ว  ย่อมเป็นไปเพื่อสติและสัมปชัญญะ

2.      สมาธิภาวนาที่เจริญแล้ว  ทำให้มาแล้ว  ย่อมเป็นไปเพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย

 

ในคัมภีร์ชั้นอรรถกถา  ท่านก็ได้สรุปอานิสงส์  คือผลได้ต่าง ๆ ของสมาธิภาวนา  หรือการฝึกสมาธิไว้เหมือนกันดังที่แสดงไว้ในวิสุทธิมัคค์ มี 5 ประการ คือ

            1.  เป็นวิธีการพักผ่อนอย่างสุขสบายในปัจจุบัน    ข้อนี้เป็นอานิสงส์ของสมาธิขั้นอัปปนา  (คือระดับฌาน)สำหรับพระอรหันต์ ซึ่งเป็นผู้ทำกิจเพื่อความหลุดพ้นเสร็จสิ้นแล้วไม่ต้องใช้ฌานเพื่อบรรลุภูมิธรรมใด ๆ ต่อไปอีก  อ้างพุทธพจน์ว่า  “ฌานเหล่านี้เรียกว่าเป็นทิฏฐธรรมสุขวิหาร  ในวินัย(ระบอบหรือแบบแผน)  ของพระอริยะ

            2.  เป็นบาทหรือเป็นปทัฏฐานแห่งวิปัสสนาข้อนี้เป็นอานิสงส์ของสมาธิขั้นอัปปนาก็ได้  หรือขั้นอุปจาระก็พอได้  แต่ไม่โปร่งนัก ประโยชน์ข้อนี้ใช้สำหรับพระเสขะและปุถุชน  อ้างพุทธพจน์ว่า  “ภิกษุทั้งหลาย  จงเจริญสมาธิเถิด  ภิกษุมีจิตตั้งมั่นแล้ว  ย่อมรู้ชัดตามเป็นจริง”

            3.  เป็นบาทหรือเป็นปทัฏฐานแห่งอภิญญา ข้อนี้เป็นอานิสงส์ของสมาธิขั้นอัปปนาสำหรับผู้ได้สมาบัติ 8 แล้ว  เมื่อต้องการอภิญญาก็อาจทำให้เกิดขึ้นได้  อ้างพุทธพจน์ว่า “ จิตนุ่มนวลควรแก่งาน…  จะน้อมจิตไปเพื่อประจักษ์แจ้งด้วยอภิญญา  ซึ่งธรรมที่พึงประจักษ์แจ้งด้วยอภิญญาอย่างใด ๆ ก็ถึงความเป็นพยานในธรรมนั้น ๆ ได้ในเมื่อเหตุมีอยู่

            4.  ทำให้ได้ภพวิเศษ  คือ  เกิดในภพที่ดีที่สูง  ข้อนี้  เป็นอานิสงส์ของสมาธิขั้นอัปปนา  สำหรับปุถุชนผู้ได้ฌานแล้ว  และฌานมิได้เสื่อมไปเสีย  ทำให้ได้เกิดในพรหมโลก  อ้างพุทธพจน์ว่า “เจริญปฐมฌานขั้นปริตตกุศลแล้ว  เกิดที่ไหน?  ย่อมเข้าร่วมพวกเทพพรหมปาริสัชชา”[7]  อย่างไรก็ดี  แม่สมาธิขั้นอุปจารก็สามารถให้ภพวิเศษ  คือ กามาวจรสวรรค์  6 ได้

            5.  ทำให้เข้านิโรธสมาบัติได้  ข้อนี้เป็นอานิสงส์ของสมาธิขั้นอัปปนา  สำหรับ (พระอรหันต์หรือพระอนาคามี)  ผู้ได้สมาบัติ 8 แล้ว ทำให้เสวยความสุขอยู่ได้โดยไม่มีจิตตลอดเวลา 7 วัน อ้างญาณในนิโรธสมาบัติ ในปฏิสัมภิทามัคค์

            ประโยชน์หรือความมุ่งหมายในการเจริญสมาธินี้ได้ยกมาแสดงไว้ทั้งในส่วนที่ปฏิบัติแล้วใช้ได้ในชีวิตประจำวันอันเป็นสมาธิขั้นพื้นฐาน  และในขั้นสูงขึ้นไปกว่าขั้นพื้นฐานนั้นเผื่อบางท่านมีความพยายามอยากปฏิบัติขั้นสูงขึ้นไปกว่าขั้นพื้น


 

หัวข้ออื่นๆ

บทนำความหมายของสมาธิประโยชน์ของการฝึกสมาธิปฏิบัติสมาธิแล้วได้อะไรวิธีเจริญสมาธิใครควรปฏิบัติสมาธิสรุป

© Copyright 2007-2012 www.Watdon.net All rights reserved.