พลังแห่งสมาธิ

13 มิ.ย.52 13:43 น. ผู้ชมจำนวน 4977

หมอหลายคนยอมรับว่า การฝึกสมาธิไม่เพียงแต่ช่วยคลายเครียด แต่ยังช่วยให้รับมือกับโรคภัยไข้เจ็บได้ เช่น โรคหัวใจ ได้ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ควบคุมอาการปวดศีรษะไมเกรน ลดความดันโลหิต บรรเทาอาการปวดเรื้อรัง หรือต่อสู้กับมะเร็งบำบัดได้ดีกว่าเดิม ผู้ที่ปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ยังพบว่าสมาธิได้ประโยชน์กับชีวิตในด้านอื่นๆด้วย

นักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐฯ เริ่มศึกษาเรื่องสมาธิเมื่อเกือบ 40 ปีก่อน ไม่กี่ปีให้หลังแพทย์หัวใจคนหนึ่งของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ก็เริ่มฝึกให้ผู้ป่วยโรคหัวใจในเทคนิคนี้ และพอใจกับผลการฝึกสมาธิ เมื่อความดันโลหิตและการทดสอบความเครียดลดลงอย่างมาก

แพทย์เห็นว่า ผู้ป่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ความวิตกกังวล และฮอร์โมนต่างๆ เกี่ยวกับความเครียดคลายตัวลง แพทย์และนักวิจัยเริ่มทดสอบการฝึกสมาธิกับโรคอื่นๆและได้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ชี้ให้เห็นประโยชน์หลายประการของการฝึกสมาธิ

บรรเทาอาการปวดศรีษะไมเกรน ผู้ที่ทรมานกับอาการปวดพบว่า ความถี่หรือความรุนแรงของอาการลดลงร้อยละ 32 หลังบำบัดด้วยสมาธิ

บรรเทาอาการโรคสะเก็ดเงิน ผื่นผิวหนังในผู้ป่วยที่ฟังเทปฝึกสมาธิระหว่างบำบัดด้วยการอาบแสงอัลตราไวโอเลต มีอาการดีขึ้นเร็วกว่าผู้ที่ไม่ได้ฟังเทปถึง 4 เท่า

อาการปวดเรื้อรัง ในปี 2538 มีหลักฐานเพิ่มเติมว่า เทคนิคการผ่อนคลาย เช่นการทำสมาธิเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ และช่วยลดความทรมานให้ผู้ป่วยที่มีอาการปวดเรื้อรัง

มะเร็งบำบัด แม้การทำสมาธิจะไม่ใช่วิธีการรักษาโรคมะเร็ง แต่เมื่อทำสมาธิบรรเทาอาการปวดเรื้อรังได้ ก็จะช่วยผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด ให้รับมือกับอาการปวดและผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ในทำนองเดียวกัน เหตุใดการนั่งเงีียบๆจึงมีพลังบำบัดโรคดังกล่าว แพทย์หัวใจอธิบายว่า การทำสมาธิมีผลต่อการทำงานทางสมองโดยเฉพาะระบบประสาทซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการเผาผลาญ ความดันโลหิต การหายใจ และอัตราการเต้นของหัวใจ นักจิตวิทยา แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เห็นความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวด้วยตัวเอง เธอใช้เวลา 1 ปี ในห้องปฏิบัติการฝึกให้ผู้ป่วยที่เข้าการผ่าตัดทำสมาธิด้วยการหายใจง่ายๆ 2 นาที

"ผู้ป่วยมีความกังวลน้อยลง และรับมือกับการผ่าตัดได้ดีขึ้น" เธอกล่าว พวกหมอก็ชอบ เพราะเมื่อความดันโลหิตของคนใข้ลดก็จะเสียเลือดน้อยและการผ่าตัดก็ใช้เวลาน้อยลงด้วย บริษัทใหญ่ที่สหรัฐฯ ก็เริ่มนำสมาธิมาใช้ประโยชน์ในการทำงานของพนักงาน พนักงานได้ฝึกสมาธิ พบว่าสามารถจดจ่อกับภาระกิจแต่ละอย่างได้เต็มที่ รวมทั้งเลิกกังวลกับสิ่งที่ยังไม่มาถึง ส่งผลให้คุณภาพและปริมาณงานที่ได้พัฒนาขึ้นมาก

การฝึกสมาธิเป็นกลุ่มช่วยให้คนเราใกล้ชิดกันมากขึ้นและเพิ่มประสิิทธิภาพการทำงานด้วย พนักงานดับเพลิงวัย 42 ปี คนหนึ่งเล่าว่า "พวกเราใจเย็นมากขึ้นและทำงานเข้าขากันได้ดี เขาเริ่มฝึกโยคะและสมาธิ เพราะต้องทำงานด้วยความยืดหยุ่นคล่องตัว เขากล่าวต่อว่า "สมาธิช่วยให้พวกเราสงบ ดังนั้นแม้จะเกิดเพลิงใหม้รุนแรง เราก็รวมตัวกันได้โดยไม่ตื่นตกใจ"

พลังแท้จริงของสมาธิไม่ได้มาจากเวลาที่ใช้ฝึกเท่านั้น แต่ยังมาจากบทเรียนที่ได้จากการฝึกสมาธิ นั่นคือความผ่อนคลายและการมีสติอยู่เสมอ เพียงรู้จักวิธีกำหนดลมหายใจ คุณก็สามารถทำสมาธิได้ทุกที่ทุกเวลา ลองฝึกทำดูแล้วจะได้ประโยชน์อย่างแท้จริง


หัวข้ออื่นๆ

พลังแห่งสมาธิสติมาปัญญาเกิด

© Copyright 2007-2012 www.Watdon.net All rights reserved.